วิธีแก้ปัญหาเบื้องต้นเมื่อคีย์บอร์ดเกิดอาการตอบสนองช้ากว่าปกติ (หน่วง,ดีเลย์)

วิธีแก้ปัญหาเบื้องต้นเมื่อคีย์บอร์ดเกิดอาการตอบสนองช้ากว่าปกติ (หน่วง,ดีเลย์)

วิธีแก้ปัญหาเบื้องต้นเมื่อคีย์บอร์ดเกิดอาการหน่วง ๆ สำหรับผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows หากรู้สึกว่าคอมพิวเตอร์ในส่วนของการพิมพ์ทำงานช้าลง แสดงอักษรที่พิมพ์ ทีละตัว ๆ แทนที่จะแสดงผลทันที กลับต้องรอสักพัก ประมาณว่าคีย์บอร์ดเกิดการหน่วง หรือ delay การแก้ปัญหาเบื้องต้นคือทำการตั้งค่า Filter Keys ของคีย์บอร์ด และตั้งค่าการหน่วง หรือ dely ของคีย์บอร์ด และลองตรวจขั้นตอนต่าง ๆ ดังนี้   ไปที่ setting   เลือก Ease of Access   ไปที่แทบ Keyboard   เลื่อนไปที่หัวข้อ Filter Keys และทำการ Off

การกำหนดค่า default app (ค่าเริ่มต้นในการเปิดโปรแกรมต่างๆ) Windows10

การกำหนดค่า default app (ค่าเริ่มต้นในการเปิดโปรแกรมต่างๆ) Windows10

default app ไว้กำหนดค่าเริ่มต้นของโปรแกรมที่ต้องการเปิดในทีเดียวไม่ต้องให้วินโดว์มาถามทุกครั้งไปหรือเพื่อเลือกใช้โปรแกรมที่เราต้องการ

Disable Animations windows 10

Disable Animations windows 10

Windows Technical preview ของการเปลียนแปลงวินโดว์ 10 อาจสังเกตได้ถึงการเปิดหน้าต่างๆขึ้นมา การขยายหน้าต่างให้เต็มจอ หรือจะปิดหน้าต่างโปรแกรมที่เลิกใช้งานก็จะมีฟีเจอร์ ที่ทำการกดปุมปิดหน้าจอใด้อีกด้วย ขั่นตอนที่1 เปิดหน้าต่าง System properties หรือการกดปุ่มคีย์ลัด Windows + R เรียกหน้าต่าง Run แล้วพิมพ์คำสั่ง Sysdm.cpl กด OK เลือก Advanced หัวข้อ Perfomance คลิกปุ่ม Settings หน้าต่างของ Performance Options ให้เลือกเอาเครื่องหมายถูกออกที่หน้า Animate windows when minimizing and maximizing แล้วกด

Difference Between “su” and “sudo”.

Difference Between “su” and “sudo”.

ในการทำการบนระบบปฏิบัติการ Linux มีระบบความมั่นคงซึ่งเป็นสิ่งที่คู่กับระบบปฏิบัติการนี้อยู่แล้ว โดยมีหนทางหนึ่งที่จะเพิ่มระบบความมั่นคงใน Linux คือการจัดการด้านผู้ใช้ (User Management Policy and Permission) โดยปกติแล้วผู้ใช้งานแบบปกติจะไม่ได้สิทธิ์ที่จะใช้การปฏิบัตการใดๆ บนระบบอยู่แล้ว ถ้าหากผู้ใช้งานปกติที่ต้องการการใช้งานบนระบบปฏิบัติการนี้โดยใช้งานได้ทุกแอปพลิเคชั่น โดยให้ผู้ใช้งานนั้นใช้คำสั่ง “su” หรือ “sudo” ข้อแตกต่างระหว่าง “su” และ “sudo” “su” จะเป็นการบังคับการใช้งานและเปิดเผย Root Password แก่ผู้ใช้งานอื่นๆ แต่ “sudo” อาจจะทำให้การใช้งานคำสั่งที่เกี่ยวข้องกับระบบปฏิบัติการนั้น ปราศจาการใช้งาน Root Password โดยตรง โดย “sudo” จะเป็นตัวกำหนดให้ใช้ Password ของผู้ใช้งานนั้นๆ เอง

วิธีแก้ไข เมื่อเปิด application ใน windows 10 แล้วพบข้อความแจ้งว่า “can’t be opened using the Built-in Administrator”

วิธีแก้ไข เมื่อเปิด application ใน windows 10 แล้วพบข้อความแจ้งว่า “can’t be opened  using  the  Built-in  Administrator”

วิธีแก้ไขการเปิด application ใน windows 10 แล้วพบข้อความแจ้งว่า “can’t be opened  using  the  Built-in  Administrator”           กดปุ่ม Windows key + R  แล้วพิมพ์ gpedit.msc เเล้วกด OK   จะเจอกับหน้าต่าง Group Policy Editor ไปที่ Computer Configuration/Windows Settings/Security Settings/Local Policies/Security Options   ด้านขวามือของ