การใช้งานโปรแกรม IObit Uninstaller

การใช้งานโปรแกรม IObit Uninstaller

การใช้งานโปรแกรม IObit Uninstaller ลบ ล้าง โปรแกรมที่ไม่ต้องการ เป็นโปรแกรมที่ตั้งใจลงเองหรือโปรแกรมที่แถมมา ทำให้ปรแกรมเหล่านี้ตกค้างในเครื่องของเรา ทำให้สิ้นเปลืองเนื้อที่ในการจัดเก็บเราจึงใช้โปรแกรม IObit ในการลบออก จุดเด่นตรงที่สามารถถอนโปรแกรมที่ไม่ต้องการออกจากวินโดวส์ได้หมด ชึ้งดีกว่าการใช้ Uninstller เวลาเราสั่งให้ IObit ไม่เพียงแต่ลบไฟล์ต่างๆออกจาดฮาร์ดดิส ยังสามารถตรวจสอบ Registry ของวินโดวส์ได้อีกด้วยและยังหาที่เก็บไฟล์ของวินโดส์ได้อีกด้วย     การติดตั้ง IObit Uninstaller ดาวน์โหลดโปรแกรมจากเว็บไซต์ https://www.iobit.com ทำการติดตั้ง หน้าหลักของตัวโปรแกรม IObit Uninstaller เป็นหน้าจอหลักให้เราเลือกการถอดถอน การแสดงรายการ สามารถสั่งเรียงลำดับ รายการ เรียงตามขนาดของไฟล์แสดงเฉพาะติดตั้งล่าสุด แสดงเฉพาะอัพเดทของวินโดวส์ โปรแกรมแสดง Toolbars & Plug-ins ปลั๊กอินที่เราติดตั้งเสริมบนเว็บบราวเซอร์ที่เราทำงานอยู่

เเนะนำการเเก้ปัญหาError Code: DLG_FLAGS_INVALID_CA ใน Microsoft Edge

เเนะนำการเเก้ปัญหาError Code: DLG_FLAGS_INVALID_CA ใน Microsoft Edge

การเเก้ปัญหา Error Code: DLG_FLAGS_INVALID_CA ใน Microsoft Edge การรักษาความปลอดภัย โดยการเข้ารหัสข้อมูลตามมาตรฐาน SSL ผลที่ตามมาคือ Web Browser ต่างๆ เช่น Internet Explorer, Mozilla Firefox, Chrome, Safari 1.เลือก Details 2.เลือก Go on to the webpage (Not recommended) การเข้าใช้ Google Chrome 1.เลือก Advanced 2.เลือก proceed to uac.rmutp.ac.th

การจัดเรียงหน้าต่างโปรแกรมด้วยคำสั่ง

การจัดเรียงหน้าต่างโปรแกรมด้วยคำสั่ง

ในการเรียกดูโปรแกรมหลายๆหน้าต่างหรือเอกสารทั้งหมดว่ามีอะไรบ้าง หรือต้องการตรวจสอบหน้าต่างโปรแกรมทั้งหมดสามารถเลือกแสดงได้หลายรูปแบบมีดังน้ 1.คลิกปุ่มเมาส์ขวาที่ทาสบาร์ เลือก Cascade windows หน้าต่างภาพจะแสดงขึ้นมาที่มีเอกสารซ้องๆกันหลายๆหน้าคลิกเลือกหน้าต่างได้ทันที 2.คลิกเลือกเมนู Show windows stacked เป็นการเลือกหน้าต่างเอกสารที่เรียงต่อกันเป็นแนวนอน 3.คลิกเลือกเมนู Show windows side by side เป็นการเลือกหน้าต่างเอกสารที่เรียงต่อกันเป็นแนวนอน

การใช้โปรแกรมSoftether VPN Clientในการเปลี่ยนIP Address

การใช้โปรแกรมSoftether VPN Clientในการเปลี่ยนIP Address

VPN หรือ Virtual Private Network: VPN ชื่อภาษาไทยที่เรียกว่า “เครือข่ายส่วนตัวเสมือน” ซึ่งเป็นเครื่อข่ายภายในองค์กรหรือหน่วยงานนั้นๆ โดยอาศัยเส้นทางจากเครือข่ายสาธารณะในการเชื่อมต่อเข้าด้วยกัน

การปรับแก้ภาษาไทยในโปรแกรม SPSS

การปรับแก้ภาษาไทยในโปรแกรม SPSS

การปรับแก้ภาษาไทยในโปรแกรม SPSS 1.ปิดโปรแกรมที่เปิดก่อน 2.เปิดโปรแกรมโดยยังไม่ต้องเรียก Data 3. คลิก File – New – Syntax 4.พิมพ์คำสั่ง set LOCALE = thai จากนั้นลากทึบ แล้วคลิก Run Select แล้วออกจากโปรแกรม 5.เสร็จสิ้น เปิดโปรแกรมใช้ได้ปกติ

การลบลูกศรชอร์ตคัทบนเดสก์ท๊อปสำหรับ Windows 10

การลบลูกศรชอร์ตคัทบนเดสก์ท๊อปสำหรับ Windows 10

การลบลูกศรชอร์ตคัทบนเดสก์ท๊อปสำหรับ Windows 10 ลูกศรชอร์ตคัทบนเดสก์ท๊อปสำหรับ Windows 10 เมื่อมีการติดตั้ง Windows เสร็จเรียบร้อย ชอร์ตคัทต่างๆจะมีลูกศรมาให้ ทั้งนี้ถ้าหากผู้ใช้งานไม่อยากให้ชอร์ตคัทเรียกเข้าโปรแกรมมีลูกศรติดอยู่ เราสามารถเอาลูกศรออกได้ด้วยการแก้ไขค่าของระบบ Windows 10 ได้ ก่อนปรับแต่ง หลังปรับแต่ง กด Menu Start แล้วพิมพ์คีย์เวิร์ด Regedit แล้วเข้าไปตามลำดับขั้นไดเรกทอรี่คีย์ดังต่อไปนี้ KEY_LOCAL_MACHINE\SOFTWARE\Microsoft\Windows\CurrentVersion\Explorer\ เมื่อถึงลำดับขั้นของไดเรกทอรี่คีย์ Explorer ให้ทำการคลิกขวา เลือก New -> Key กำหนดเป็นชื่อไดเรกทอรี่คีย์ใหม่ชื่อ Shell Icons คลิกขวาเลือก New -> String Value ->

การลบ Watermark บนเดสก์ทอป สำหรับ Windows 10

การลบ Watermark บนเดสก์ทอป สำหรับ Windows 10

การลบ Watermark บนเดสก์ทอป สำหรับ Windows 10 เป็นเรื่องปกติสำหรับ Windows ทุกเวอร์ชั่นที่กำลังอยู่ในช่วงของการพัฒนา ก็จะพบกับ Watermark ที่จะระบุรุ่นและเวอร์ชั่น API มาโชว์ไว้ที่มุมขวาล่างของหน้าจอ แต่กลับกันผู้ใช้งานบางท่านก็คงจะรู้สึกเกะกะสายตา ไม่คุ้นเคยกับตัวอักษรที่โชว์เพียง 2 บรรทัดและไม่ต้องการให้มีการโชว์ watermark ดังกล่าวเอาไว้ เราก็สามารถถอดออกได้ เครื่องมือที่เราต้องใช้สำหรับงานนี้ก็คือ Universal Watermark Disabler โดยผู้ผลิต StartIsBack หรือผู้ที่สร้างเมนูสตาร์ทที่ใช้แทนปุ่มสตาร์ทแบบใหม่ที่ใช้งานกันบน Windows 8/8.1 นั่นเอง วิธีการใช้งานนั้น แค่เพียงเปิดโปรแกรม Universal Watermark Disabler ขึ้นมา แล้วคลิกปุ่ม Install แล้วคลิก YES

การดู Windows 10 ใช้ Disk usage เต็ม 100% หรือเกือบเต็ม 100%

การดู Windows 10 ใช้ Disk usage เต็ม 100% หรือเกือบเต็ม 100%

Windows 10 ใช้ Disk usage เต็ม 100% หรือเกือบเต็ม 100% ท่านคงเจอกันบ่อยๆ ทั้งๆที่เพิ่งติดตั้ง Windows และโปรแกรมใช้งานต่างๆเสร็จใหม่ๆ แต่พอได้ลองเปิด Windows Task Manager ขึ้นมาดู กลับพบว่าแท็บ Processes หรือ Performance ที่หัวข้อ Disk มีการทำงานอย่างหนัก โดยตัวเลขจะวิ่งแตะประมาณ 90-100% อยู่ตลอดเวลา และไม่มีทีท่าว่าจะลดการทำงานลงเลย ซึ่งตรงนี้จะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของระบบโดยรวมทำงานได้ช้าลงไปด้วย แนะนำให้ทำการปิดเซอร์วิส Superfetch, ปิด Windows Search บ้าง ก็ยังไม่ได้ผล ทั้งนี้ก็ต้องสำรวจพวก Windows Defender

การปิดฟีเจอร์ Defrag

การปิดฟีเจอร์ Defrag

การปิดฟีเจอร์ Defrag การบังคับปิดฟีเจอร์ Defrag ไม่ให้มีการทำงานแบบถาวรได้อีกด้วย โดยเข้าไปปิดการทำงานของ Scheduler ของตัว Defrag เองผ่านหน้าต่าง Computer Management โดยคลิกขวาที่ไอคอน This PC -> Manage ค้นหาหัวข้อ Defrag ซึ่งจะอยู่ภายใต้โฟลเดอร์ Task Scheduler -> Task Scheduler Library -> Microsoft -> Windows สังเกตพาเนลด้านขวา สถานะของ ScheduledDefrag จะถูกกำหนดให้เป็น Ready ก็คือจะพร้อมทำงานอยู่ตลอดเวลา ก็ให้เราคลิกขวาเพื่อเลือก Disable แล้วหลังจากนี้ก็จะไม่มีการจัดเรียงข้อมูลด้วยฟีเจอร์ Defragment ขณะระบบทำงานอีกต่อไป ฟีเจอร์

การเพิ่ม Safe Mode ไว้ที่เมนูคลิกขวาให้เรียกใช้ได้ง่าย

การเพิ่ม Safe Mode ไว้ที่เมนูคลิกขวาให้เรียกใช้ได้ง่าย Safe Mode เป็นตัวเลือกที่สำคัญ ที่จะคอยช่วยในเรื่องของการแก้ไขปัญหาจากการใช้งานเช่น ไฟล์ระบบ Windows มีปัญหา, ติดตั้งไดร์เวอร์ให้อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ผิดรุ่น เป็นต้น ซึ่งบางครั้งเราจะไม่สามารถแก้ไขการทำงานที่ผิดพลาดต่างๆบนระบบ Windows ตามปกติได้ เพราะต้องแก้ไขบนโหมด Safe Mode เท่านั้น ครั้นจะรีสตาร์ทเครื่องใหม่ แล้วต้องมากดปุ่ม ย้ำๆขณะบูตเครื่องใหม่ เพื่อให้ระบบบูตเข้าสู่โหมด Safe Mode ได้ บางทีแม้จะกดรัวๆแรงๆจนปุ่มคีย์บอร์ด ระบบก็ยังไม่ยอมบูตเข้าไปให้ ทำเอาผู้ใช้ต้องเสียเวลามาสั่งรีสตาร์ทเครื่องใหม่ การที่มีเมนูคลิกขวา ที่เรียกว่า Desktop Context Menu ที่เราใช้งานสำหรับกดหัวข้อ Refresh ไอคอนบนหน้าจอเป็นว่าเล่นอยู่เนี่ย มีตัวเลือกสำหรับเข้าใช้งาน Safe

Page 1 of 212