วิธีการตั้งค่า Google Chrome และ Firefox เป็นโหมด Private ตั้งแต่เริ่มต้น

วิธีการตั้งค่า Google Chrome และ Firefox เป็นโหมด Private ตั้งแต่เริ่มต้น

Google Chrome 1. คลิกขวาที่ icon shotcut ของ google chrome เลือก properties 2. ในข้อ target ให้เติมคำสั่ง –incognito ต่อจากคำสั่งเดิม 3. กด apply และ OK ตามขั้นตอนแล้ว ก็จะได้ icon ที่สามารถเข้า private mode โดยเฉพาะ Firefox 1. ไปยัง menu แล้วเลือก options 2. เลือกแท็บ Privacy & Security

Windows cannot access \\network path [error 0x80004005]

Windows 10 version 1709 เป็นต้นไป มักมีปัญหาในการแชร์ไฟล์ผ่านระบบเครือข่าย เพราะว่า Windows 10 version 1709 จะทำการเปิดค่าเริ่มต้นการใช้งานโปรโตคอล SIMB v.1 โดยจะมี error ตามรูปภาพดังนี้ โดยให้ทำการแก้ไขปัญหาตามขั้นตอนต่อไปนี้ ไปยัง Settings แล้วเลือก Apps เลือกแทป Apps & Features แล้วเลื่อนมาด้านล่างจนถึงข้อ Related Settings คลิกเลือก Programs and Features จะขึ้นหน้า Control Panel ที่อยู่ในหมวด Uninstall or Change

ซ่อมบำรุงจุดเชื่อมต่อสายไฟเบอร์ออฟติกห้อง 1107 ศูนย์พณิชยการพระนคร

ซ่อมบำรุงจุดเชื่อมต่อสายไฟเบอร์ออฟติกห้อง 1107 ศูนย์พณิชยการพระนคร

วันที่ 5  มกราคม 2561 เจ้าหน้าที่กลุ่มงานเครือข่ายและการสื่อสารดำเนินการซ่อมบำรุงเชื่อมต่อสายไฟเบอร์ออฟติกใหม่ ณ ห้อง 1107 ที่เชื่อมต่อไปยังห้องกิจการนักศึกษาชั้น 2 และห้องพักครู (1212) อาคาร 1 คณะบริหารธุรกิจ ศูนย์พณิชยการพระนคร

วันที่ 18 ธันวาคม 2560 เจ้าหน้าที่กลุ่มงานเครือข่ายและการสื่อสาร ดำเนินการตรวจสอบและแก้ไขหัวเชื่อมต่อสายไฟเบอร์ออฟติกห้องพักครู (1212) ที่เชื่อมต่อมาจากห้องกิจการนักศึกษาชั้น 2 อาคาร 1 คณะบริหารธุรกิจ ศูนย์พณิชยการพระนคร

การใช้โปรแกรมSoftether VPN Clientในการเปลี่ยนIP Address

การใช้โปรแกรมSoftether VPN Clientในการเปลี่ยนIP Address

VPN หรือ Virtual Private Network: VPN ชื่อภาษาไทยที่เรียกว่า “เครือข่ายส่วนตัวเสมือน” ซึ่งเป็นเครื่อข่ายภายในองค์กรหรือหน่วยงานนั้นๆ โดยอาศัยเส้นทางจากเครือข่ายสาธารณะในการเชื่อมต่อเข้าด้วยกัน

ติดตั้งเครือข่าย LAN ภายในงาน12 ปี คิด(ส์)ดี ทำดี…เพื่อสังคม

ติดตั้งเครือข่าย LAN ภายในงาน12 ปี คิด(ส์)ดี ทำดี…เพื่อสังคม

วันอังคารที่ 27 มกราคม 2559  กลุ่มงานระบบเครือข่ายทางคอมพิวเตอร์และการสื่อสารจึงได้ดำเนินการเดินสาย LAN ตามจุดแสดงต่างๆภายในงาน 12 ปี คิด(ส์)ดี ทำดี…เพื่อสังคม 12 ปี แห่งการสถาปนามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ระหว่างวันที่ 18 – 20 มกราคม 2560

การลบลูกศรชอร์ตคัทบนเดสก์ท๊อปสำหรับ Windows 10

การลบลูกศรชอร์ตคัทบนเดสก์ท๊อปสำหรับ Windows 10

การลบลูกศรชอร์ตคัทบนเดสก์ท๊อปสำหรับ Windows 10 ลูกศรชอร์ตคัทบนเดสก์ท๊อปสำหรับ Windows 10 เมื่อมีการติดตั้ง Windows เสร็จเรียบร้อย ชอร์ตคัทต่างๆจะมีลูกศรมาให้ ทั้งนี้ถ้าหากผู้ใช้งานไม่อยากให้ชอร์ตคัทเรียกเข้าโปรแกรมมีลูกศรติดอยู่ เราสามารถเอาลูกศรออกได้ด้วยการแก้ไขค่าของระบบ Windows 10 ได้ ก่อนปรับแต่ง หลังปรับแต่ง กด Menu Start แล้วพิมพ์คีย์เวิร์ด Regedit แล้วเข้าไปตามลำดับขั้นไดเรกทอรี่คีย์ดังต่อไปนี้ KEY_LOCAL_MACHINE\SOFTWARE\Microsoft\Windows\CurrentVersion\Explorer\ เมื่อถึงลำดับขั้นของไดเรกทอรี่คีย์ Explorer ให้ทำการคลิกขวา เลือก New -> Key กำหนดเป็นชื่อไดเรกทอรี่คีย์ใหม่ชื่อ Shell Icons คลิกขวาเลือก New -> String Value ->

การลบ Watermark บนเดสก์ทอป สำหรับ Windows 10

การลบ Watermark บนเดสก์ทอป สำหรับ Windows 10

การลบ Watermark บนเดสก์ทอป สำหรับ Windows 10 เป็นเรื่องปกติสำหรับ Windows ทุกเวอร์ชั่นที่กำลังอยู่ในช่วงของการพัฒนา ก็จะพบกับ Watermark ที่จะระบุรุ่นและเวอร์ชั่น API มาโชว์ไว้ที่มุมขวาล่างของหน้าจอ แต่กลับกันผู้ใช้งานบางท่านก็คงจะรู้สึกเกะกะสายตา ไม่คุ้นเคยกับตัวอักษรที่โชว์เพียง 2 บรรทัดและไม่ต้องการให้มีการโชว์ watermark ดังกล่าวเอาไว้ เราก็สามารถถอดออกได้ เครื่องมือที่เราต้องใช้สำหรับงานนี้ก็คือ Universal Watermark Disabler โดยผู้ผลิต StartIsBack หรือผู้ที่สร้างเมนูสตาร์ทที่ใช้แทนปุ่มสตาร์ทแบบใหม่ที่ใช้งานกันบน Windows 8/8.1 นั่นเอง วิธีการใช้งานนั้น แค่เพียงเปิดโปรแกรม Universal Watermark Disabler ขึ้นมา แล้วคลิกปุ่ม Install แล้วคลิก YES

การดู Windows 10 ใช้ Disk usage เต็ม 100% หรือเกือบเต็ม 100%

การดู Windows 10 ใช้ Disk usage เต็ม 100% หรือเกือบเต็ม 100%

Windows 10 ใช้ Disk usage เต็ม 100% หรือเกือบเต็ม 100% ท่านคงเจอกันบ่อยๆ ทั้งๆที่เพิ่งติดตั้ง Windows และโปรแกรมใช้งานต่างๆเสร็จใหม่ๆ แต่พอได้ลองเปิด Windows Task Manager ขึ้นมาดู กลับพบว่าแท็บ Processes หรือ Performance ที่หัวข้อ Disk มีการทำงานอย่างหนัก โดยตัวเลขจะวิ่งแตะประมาณ 90-100% อยู่ตลอดเวลา และไม่มีทีท่าว่าจะลดการทำงานลงเลย ซึ่งตรงนี้จะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของระบบโดยรวมทำงานได้ช้าลงไปด้วย แนะนำให้ทำการปิดเซอร์วิส Superfetch, ปิด Windows Search บ้าง ก็ยังไม่ได้ผล ทั้งนี้ก็ต้องสำรวจพวก Windows Defender

การปิดฟีเจอร์ Defrag

การปิดฟีเจอร์ Defrag

การปิดฟีเจอร์ Defrag การบังคับปิดฟีเจอร์ Defrag ไม่ให้มีการทำงานแบบถาวรได้อีกด้วย โดยเข้าไปปิดการทำงานของ Scheduler ของตัว Defrag เองผ่านหน้าต่าง Computer Management โดยคลิกขวาที่ไอคอน This PC -> Manage ค้นหาหัวข้อ Defrag ซึ่งจะอยู่ภายใต้โฟลเดอร์ Task Scheduler -> Task Scheduler Library -> Microsoft -> Windows สังเกตพาเนลด้านขวา สถานะของ ScheduledDefrag จะถูกกำหนดให้เป็น Ready ก็คือจะพร้อมทำงานอยู่ตลอดเวลา ก็ให้เราคลิกขวาเพื่อเลือก Disable แล้วหลังจากนี้ก็จะไม่มีการจัดเรียงข้อมูลด้วยฟีเจอร์ Defragment ขณะระบบทำงานอีกต่อไป ฟีเจอร์